ผบ.ทบ. ย้ำหน่วยปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายโควิด-19 ตามประกาศ ศบค.

Spread the love

          ในวันนี้ 18 พ.ค. 2563 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาเผยว่า พอ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองทัพบก ผบ.ทบ.ได้ ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนช์ กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ

           พูดถึงการที่รัฐบาลมีคำสั่งผ่อนคลายมาตรการ ระยะที่ 2 รวมถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิว ซึ่ง ผบ.ทบ. พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปการดำรงวินัยทหารในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 กองทัพบกจะปรับเวลาการกลับเข้าที่พักอาศัยของหน่วยทหารเป็นเวลา 23.00 – 04.00 น. ตามมาตรการรัฐบาล สำหรับการสนับสนุนรัฐบาลและดูแลประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ให้ทุกหน่วยดำรงการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

          ผบ.ทบ. ยังได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยที่ตั้งใจและทุ่มเทดูแลประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมา อีกด้วย  เช่น การช่วยคัดกรองการผ่านเข้าประเทศตามท่าอากาศยาน และชายแดน, จุดตรวจตามมาตรการเคอร์ฟิว, การดูแลพื้นที่ควบคุมแห่งรัฐทั้ง 8 แห่ง, การนำกำลังพลเข้าบริจาคโลหิต, และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟฟ้า BTS, รถครัวสนาม, โครงการทหารพันธุ์ดี, การเข้าซื้อผลผลิตจากเกษตรเพื่อมาประกอบเลี้ยง รวมถึงการริเริ่มรูปแบบการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว เข้าถึงและตรงต่อความต้องการ เช่น การจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชน Army Delivery, การซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า, การบริการตัดผม และตู้ปันสุข และอื่นๆด้วย

         พล.อ.อภิรัชต์ ยังได้เน้นย้ำให้มีการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่ไปกับการดูแลกำลังพลและครอบครัว ไม่ให้มีการติดเชื้อและมีการดำรงชีวิตแบบ New Normal อย่างเหมาะสม สำหรับทหารกองประจำการที่ไม่ติดภารกิจในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยทหารจะเริ่มให้มีการอนุญาตลาพักตามความเหมาะสม

         ทั้งนี้ทั้งนั้น ให้หน่วยงานเร่งพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของทหารกองประจำการ โดยเฉพาะผู้ที่สมัครใจอยู่รับราชการต่อ ให้มีคุณสมบัติทั้งด้านการศึกษาและร่างกายเพื่อพร้อมเข้าสู่การคัดเลือกเป็นข้าราชการทหาร รวมทั้งการส่งเสริมทหารกองประจำการที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ด้านกีฬา ดนตรี เทคโนโลยี ให้มีการพัฒนาขึ้นสู่สายอาชีพตามนโยบายที่กองทัพบกได้เคยกำหนดไว้ ขณะที่กรมกำลังพลทหารบก กำลังพิจารณาปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับรอยสักเพื่อเพิ่มโอกาสให้ทหารกองประจำการในการเป็นข้าราชการทหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย

       พ.อ.วินธัย เผยเพิ่มเติมอีกว่า ผบ.ทบ. ยังได้เน้นย้ำอีกถึงนโยบายหยุดยาเสพติดไว้ที่ชายแดน ซึ่งกองทัพบกได้ดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล และสามารถสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานที่มีแนวโน้มของการผลิตและการลักลอบนำเข้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวัง มีความรู้ความเข้าใจ มีการทบทวน อบรมการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการสกัดกั้นในทุกๆด้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *